10.7.13

Roadtrip Report ทริปหนีลูกไปเที่ยว 1,000 กิโลเมตร 4 ประเทศ 5 วัน 4 คืน ตอน 4 เมือง Krk Island + Senj ประเทศ Croatia

Roadtrip Report ทริปหนีลูกไปเที่ยว 1,000 กิโลเมตร 4 ประเทศ 5 วัน 4 คืน  ตอน 3 ขับผ่านเมือง Rijeka สู่เกาะ Krk Island หมู่บ้าน Omišalj และ Krk Town และนอนชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่เมือง Senj ประเทศ Croatia

อู้ไปนานมากๆ เลยค่ะกว่าจะกลับมารีวิว จนไปเที่ยวที่อื่นรวมทั้งโครเอเชียเมืองอื่นๆ อีกหลายต่อหลายทริป จนตัวเองลืมไปแล้วว่าติดค้างงานทริปรีวิวนี้อยู่ อิอิ ซะหน่อยขอให้จบอันนี้ก่อน

สลัดผักสดอร่อยๆ ที่เมือง Krk Town, Croatia  อาหารกลางวันเมื่อวันที่  16.03.2013 


ตอนนี้ว่าด้วย เกาะ Krk Island หมู่บ้าน Omišalj และ Krk Town ตบท้ายด้วย เมือง Senj ที่กลางประเทศโครเอเชียค่ะ หลังจากที่เราขับรถออกจาก Pula กันตอนแรกต้าร์กะว่าจะพาเพื่อนสาวไปแวะที่เมือง Opatija หรือข้ามเกาะไป Mali-Losinj กันดีไม๊ แล้วเราก็ไปถึง Opatija ค่ะ แต่จอดลงกันแป๊ปเดียว เพื่อนสาวเธอเดินดูแล้วบอกงั้นๆ เกิดอยากไปเกาะ Mali-Losinj  ขึ้นมาอีก (ปล. เราไม่ได้จองที่พักอะไรทั้งสิ้นนะคะ ทริปสุ่มลูกเดียวค่ะ) เรากางแผนที่ออกมาดูกัน  เพื่อหาวิธีไป Mali-Losinj กัน กล่าวคือ จาก Opatija เราต้องขับรถเข้า Rijeka ข้ามสะพานไปที่เกาะ Krk Island ไปยังเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Valbiska ระยะทางประมาณ 154.9 กม. แล้วก็เอารถไปขึ้นเรือเฟอร์รี่อีก  25 นาที  เรือออกทุกๆ 3  ชั่วโมงไปยังเกาะ Cres ขึ้นฝั่งที่เมือง Merag แล้วก็ขับรถต่อไป Mali-Losinj  อีก 68.8 กม. ก็ถึงแล้ว  ไม่ยากเลยเนอะ งั้นไปเที่ยวด้วยกันเลยค่ะ รายละเอียดเกี่ยวกับเกาะ Losinj  ในฝันนี้ ไปดูได้ที่เวปเค้า  http://www.tz-malilosinj.hr/ ที่บอกว่า เกาะในฝันเพราะฝันว่าได้ไป แต่จริงๆ  ต้าร์และเพื่อนสาวไปไม่ถึงหรอกค่ะ ขับรถวนเล่นอยู่แถวๆ เกาะ Krk Island  เกาะที่ติดอยู่กับเมือง Rijeka นั่นแหล่ะ Rijeka ก็ไม่ได้แวะด้วยเพราะเห็นจากถนนบนเขาแล้วมันดูเมืองมันใหญ่โตยุ่งเหยิงเหลือเกิน เลยไม่แวะค่ะ  สบายใจแล้ว ฮาฮ่า แล้วก็ขับออกจากเกาะไปต่อที่เมือง Senj ค่ะ

แนะนำเกาะ Krk Island กันซะหน่อย 
เกาะ Krk Island เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโครเอเชีย พื้นที่ 405.78 kmอยู่ใกล้แผ่นดินใหญ่ราวๆ 35 กม. จากเมือง Rijeka บนเกาะประกอบด้วยเมืองเล็กๆ 7 เมือง ดังนี้
1.Krk town(อิตาเลียน Veglia) ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะ
2.Omišalj (อิตาเลียน Castelmuschio)
3.Malinska (อิตาเลียน  Malinsca )
4.Punat
5.Dobrinj
6.Baška
7.Vrbnik

เราได้แวะเที่ยว 3 เมืองแรกค่ะ คือ Krk Town, Omišalj และ Malinska ขอบอกเงียบเป็นป่าช้าทุกเมืองเลยค่ะยกเว้น Krk Town เมืองหลัก ที่พอมีผู้มีคนบ้าง แถมหนาวจับใจ อิอิ พอดีไปเที่ยวผิดเดือนมีนาคมค่ะ

ประวัติเกาะ krk island คร่าวๆ คล้ายกับเมืองอื่นในแถบชายฝั่งทะเลเอเดรียติกทั้งหลายเป๊ะๆ เลย คือ สร้างตั้งแต่สมัยโรมันกว่า 3000 ปีมาแล้ว ต่อมาเป็นของไบเซนไทน์ คตวรรษ 6- 12 ยุคเวเนเซียนนานที่สุด 600 กว่าปี คตวรรษที่ 12-18  ต่อมาเป็นของออสเตรีย-ฮังการี อีก 100 กว่าปีต่อมา กลับมาเป็นของอิตาลีอีกครั้ง (1918-1943) สงครามโลกครั้งที่สอง โดนเยอรมันยึดอีก 2 ปี 1943-1945 ต่อมารวมเข้ากับยูโกสลาเวีย 41 ปี และแยกออกมาอยู่กับ โครเอเชีย เมื่อปี  1991 แต่จากการเยี่ยมชมเกาะ Krk ล่าสุดในทริปนี้ของต้าร์  คิดว่าเกาะนี้โดนเยอรมันยึดไปพอสมควรทีเดียวค่ะเพราะจากที่สังเกตจากจำนวนรถที่มีน้อย แต่ส่วนใหญ่ป้ายทะเบียน D ทั้งนั้นเลย แล้วก็เห็นโฆษณาขายอพาร์ทเม้นต์ต่างๆมีภาษาเยอรมันกำกับด้วย เพื่อนสาวชาวโปแลนด์ที่รู้ภาษาเยอรมันด้วยอ่านได้ใจความว่าเอเจนซี รับจัดการการซื้อขายพิเศษอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวเยอรมัน

จะไปเที่ยว ก่อนอื่นต้องแนะนำให้รู้จักสะพานข้ามไปยังเกาะ Krk island ซะก่อนค่ะ ขับข้ามสบายเลยไม่ได้ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเหมือนเกาะอื่นๆ เพราะไม่ไกลจากฝั่งมากค่ะ


ที่แรกที่เราไปเที่ยวก็คือเมือง Omišalj เพราะอยู่ใกล้สุด น่ะซิ ไม่หรอกเพราะเพื่อนสาว แอบไปดูวีดีโอยูทูปของเมืองนี้มาแล้วร้องกรี๊ดว่ามันน่ารัก คึกคัก (หน้าร้อนน่ะซิ) เพราะพอเราไปถึงไม่มีคนเลยแม้แต่คนท้องถิ่นร้านอาหารก็ปิด โบสถ์ที่อยากดูภายในก็ปิด ซากปรักหักพังโรมันก็ไม่ให้เข้า เรือเฟอร์รี่ก็ไม่แล่นค่ะ 

กดดูวีดีโอนี้ค่ะ เมือง Omišalj นี้น่ารักน่าเที่ยวมากๆ  แนะนำให้ไปหน้าร้อน




ขับรถมาถึงไม่พูดพล่ามทำเพลงเห็นร้านกาแฟที่เปิดอยู่ร้านเดียวสั่งกาแฟลาเต้มาอุ่นเครื่อง ก่อนเลยค่ะ เห็นเครื่องแต่งกายแล้วก็รู้ว่าหนาวนะคะ


Omišalj - church เพื่อนสาวเสื้อแดงเห็นหลังไวๆ เงียบไม๊ล่ะคะมีแต่เราสองคน 
  

พยายามจะบุกรุกเข้าไปในโบสถ์ด้วยค่ะ เพราะเห็นจากวีดีโอมันสวยมาก แต่ไม่สำเร็จเข้าไม่ได้อ่ะค่ะ หุหุ

ที่ลานแสควร์ของเมือง มีกันอยู่เท่าเนี่ย ต้าร์กับคุณลุงหนึ่งคนที่ร้านกาแฟ
ในวีดีโอที่เพื่อนสาวให้ดู หน้าร้อนคนมาเต้นรำกันคึกคัก 

 วิวทะเลเมือง Omišalj สวยดี แต่เดือนมีนาคมหนาวจริงเล้ย

ท่าเรือจอดเงียบฉี่ เจ้าของคงหนาวอยู่เยอรมัน
ปิดท้ายด้วยรูปนี้ น่ารักดีเนอะ อยากได้หลังสีเหลือง

เยี่ยมเมืองร้าง เอ้ย เมือง Omišalj เหงาจัง เสร็จเราก็ไปกันต่อค่ะ เผื่อมันจะคึกคักมากขึ้นหน่อย โดยสรุปเมือง Omišalj น่ารักมากค่ะ แต่ควรจะมากันหน้าร้อน เพราะอย่างที่บอกเดือนมีนาคมที่ร้อนตับแลบที่เมืองไทย แต่โครเอเชียเย็นจังเล้ย ลมแรงด้วยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างปิดหมดด้วย  ณ ตรงนี้เราสองคนก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ควรจะขับรถเลยไปถึง Mali-Losinj!! เพราะที่นั่นน่ะมันเป็นเมืองตากอากาศหน้าร้อน ถ้าไปคงได้ผีหลอกกันบ้าง  แถมมันไม่มีสะพานข้ามไป  จะข้ามด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะสงสัยจะไม่มีแน่ๆ 

แต่มาถึง Krk island แล้วต้องดูให้ทั่วเกาะ เราก็เลยขับต่อไปมั่วๆ โดยเลือกขับตามรถป้ายทะเบียนเยอรมันเจ้าถิ่นที่ขับเร็วม้าก เพราะถนนว้างว่าง ไปถึงเมือง Krk town เมืองหลักทางใต้ของเกาะ แล้วก็ต้องร้องอู้ สวยค่ะเมือง Krk Town ถึงจะคนเงียบเหมือน Omišalj แต่ก็คึกคักกว่าเพราะเป็นเมืองหลวง แต่ร้านค้าที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวทั้งหลาย อย่างร้านขายของที่ระลึก สถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่เปิดให้เข้าดูค่ะ อ้าวไม่เปิดก็ไม่เปิด เราก็เลยเดินเล่นตามชายหาดค่ะ ด้วยชุดหมีน้อยเต็มยศของเรา อย่าตกไปในน้ำเชียวหนาวแน่ ๆ 


Lighthouse สีแดง โดดเด่น เห็นในอินเทอร์เน็ตเค้ารูปสวยเลยถ่ายแบบนี้มั่ง

กำแพงเมืองเก่า

อีกด้านนึงของเมืองมองไปเห็นเรือลอยล่องอยู่ เบื้องหลังคือโบสถ์ประจำเมือง ที่ปิด แต่คงจะเปิดวันอาทิตย์ให้คนทำมิซซามั้งคะ 

เรือลำน้อยที่มีอักษรย่อ เหมือนข้าพเจ้าเลย KK

อีกมุมสวยๆ 


ผับที่ปิดเงียบเพื่อนเลยอดกินเบียร์เลย


สุดท้ายมาสิ้นสุดที่ร้านอาหารใกล้ชายหาดมีโต๊ะว่างหลายโต๊ะค่ะ ได้หม่ำสลัดหน้าตาดีรูปข้างบนไป ถามเพื่อนสาวว่าชอบ Krk island ไม๊ เพื่อนบอกว่าคงจะชอบมากกว่านี้ ถ้าไม่เหงาหงอย  ไม่หนาวและเล่นน้ำได้
อ้าว แล้วทำไมชวนมาหน้าหนาวล่ะจ๊ะเพื่อน



ก่อนออกจาก Krk Island เราขับรถ Test drive เล่นเพราะเห็นถนนมันว่าง ไปเผลอแวะที่ Malinska ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยแวะซะหน่อย เหงาหงอยเหมือนเดิม นี่ถ้าใครรักการท่องเที่ยวแบบปลีกวิเวก หน้าหนาวที่นี่เหมาะมากเลยนะคะ 

ดูรูป Malinska ที่ขับรถผ่านไปค่ะ  สวยน่ารักดี แต่คล้ายๆ กันไปหมดคือมีท่าเรือเรือจอดเพียบแต่เจ้าของไปไหนไม่รู้ 

ต้นไม้เหงาๆ รอคนมาเยือนในหน้าร้อน

เรื่อที่ Malinska เค้าอักษรย่อ MK ค่ะ

**********

ถึงตอนนี้เราสองคนเริ่มหาว ที่เวลาบ่ายสามยังไม่สำนึกว่าเรายังไม่มีที่ซุกหัวนอนกันคืนนี้ เพราะไม่ได้จองโรงแรมอะไรกันไว้เลย  เราก็เอาแผนที่ขึ้นมากาง เพื่อนสาวก็จิ้มไปที่เมือง Senj บอกว่าฉันจะนอนตรงนี้ เธอขับรถพาไปนะ  เดี๋ยวจัดให้จ้า  ที่เลือกเมือง Senj เพราะเป็นเมืองริมทะเลที่อยู่ก่อนถนนเส้นในเส้นทางไปยัง Plitvice น่ะค่ะ  ดูแผนที่


จาก Malinska มายังเมือง Senj ขับรถเลียบมาตามชายฝั่ง ประมาณ 1 ชั่วโมง ถนนสวยงามเห็นวิวทะเลเอเดรียติก และขับไม่ยาก เพื่อนสาวหลับมาตลอดทางเลย ไม่ได้แวะแชะๆ แต่อย่างใด 

มาถึง Senj แล้วค่ะขอเล่าเกี่ยวกับเมืองนี้ให้ฟังซะหน่อย 
มีใครรู้จักลมโบร่า (Bora)บ้างคะ ใครไม่รู้จัก เล่าให้ฟังอีกรอบ 

{*ลมโบร่า Bora  เกิดจากการปะทะกันของความกดอากาศอย่างเฉียบพลันในบริเวณเทือกเขาจูเลียนแอลป์ในประเทศสโลวีเนียและโครเอเชียเกิดเป็นลมปะทะรุนแรงพัดลงจากทางเหนือของสโลวีเนียลงใต้ไปสู่ทะเลเอเดรียติก ความเร็วลมโดยเฉลี่ย 100 กม. ต่อชม. ความเร็วลมสูงสุดที่เคยวัดได้ถึง 200 กม. ต่อ ชม. ทีเดียว  ลมโบร่าจะทำให้อุณหภูมิลดต่ำอย่างรวดเร็วถึงระดับต่ำกว่าศูนย์ ต่ำสุดที่เคยวัดอยู่ที่ประมาณ -18 องศาเซลเซียส ลมโบร่าโดยมากเกิดในฤดูหนาวจะพัดอยู่แถบประเทศสโลวีเนีย บางส่วนของประเทศโครเอเชียที่คาบสมุทร Istria และเมืองทรีเอสเต้ ลมโบร่าบางครั้งสร้างความเสียหายแก่สิ่งก่อสร้างและอันตรายแก่ผู้คนโดยเฉพาะถ้าออกไปเดินในตอนที่ลมแรงมากอาจจะมีสิ่งของปลิวมาโดนศรีษะหรือหกล้มลื่น เคยมีรถบรรทุกคว่ำกลางเมืองทรีเอสเต้เนื่องจากลมโบร่ามาแล้ว}

คำโบราณของคนแถวนี้เค้าว่า  "The Bora is born in Trieste, it gathers its force in Rijeka and reaches full magnitude in Senj." เมือง Senj คือเมืองที่ลมโบร่าพัดรุนแรงที่สุดค่ะ !!! 

พอต้าร์บอกแม่สามีเท่านั้นแหล่ะว่าจะมานอนที่เมือง Senj ร้องอุทาน อุแม่เจ้า เลยค่ะ เนื่องจากกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเค้าเคยผ่านมาที่เมืองนี้ ขณะที่มีลมโบร่าพัดอย่างรุนแรง  เค้าจะขับรถหนีออกนอกเมือง ตอนเปิดประตูรถเพื่อเข้ารถปรากฎว่าปิดประตูเกือบไม่ได้ ลมพัดจนประตูเกือบหักเลยค่ะ จนจำฝังใจเค้าเลย

นอกจากมีชื่อเสียงเรื่องลมโบร่าที่พัดรุนแรงแล้ว ที่เมืองนี้ยังเป็นเมืองโบราณมีอายุกว่า 3,000 ปี และมีป้อมปราการใหญ่ตั้งบนเนินเขา สร้างคตวรรษที่ 16  เรียกว่า Fortress Nehaj  ยังเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Senj อีกด้วย

******************

กลับมาเรื่องที่พัก เราไม่ได้จองมา ทายซิว่าเราไปนอนที่ไหนกัน

ท้าทายมากเลยค่ะ เพราะโรงแรมที่เมือง Senj มีน้อยแล้วก็ยังไม่เปิด เราขับรถมาถึงเมือง Senj ตอนราวๆ เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว เพื่อนสาวผู้ออกตัวตั้งแต่แรกว่าอยากมาพักเมืองนี้ และจะเป็นผู้รับผิดชอบหาที่พักเอง เริ่มหน้าซีด เมื่อเห็นโรงแรมแรกที่เราคิดว่าจะไปพักตามคำแนะนำของไกด์บุ๊กปิด เธอเลยต้องหาใหม่จากรายชื่่อในไกด์บุ๊ก แล้วเราก็เริ่มขับรถทัวร์รอบเมืองกัน เราไปถามหาโรงแรมอีก 2 ที่ ปิดหมดค่ะ จนสุดท้ายยังคิดกันว่าขับไปต่อ Plitvice แล้วนอนที่นั่นจะดีไม๊ แต่แล้วเพื่อนก็ได้ไอเดีย เห็นป้ายที่พักให้เช่าบนเนินเขา 2-3 ป้าย ก็บอกว่าเราถามตรงนั้นก่อนดีไม๊ ต้าร์ก็ขับรถขึ้นเนินเขาไปตามถนนแคบๆ เราก็เห็นบ้าน 2 หลังบอกว่าเป็นอพาร์ทเม้นต์ให้เช่า หลังแรกกดกริ่งไม่มีคนเปิด และหลังที่สองนี่ล่ะที่โชคเข้าข้างเรา Apartment Laura คนมาเปิดเป็นชายเจ้าของบ้านที่พูดอังกฤษได้นิดหน่อย ตอนแรกบอกว่ายังไม่เปิด แต่เราขอร้องว่าขอเช่า แค่คืนเดียวเถอะนะ ไม่ต้องมีอาหารเช้าก็ได้ พรุ่งนี้ก็จะไปแล้ว เค้าก็บอกว่าโอเค พาไปเปิดห้อง เราก็ต้องร้องว้าว ห้องใหญ่ 2 ห้องนอน 2 เตียง(แต่เราขอทำเตียงเดียว) สะอาด ใหม่ อุปกรณ์ครบครัน ดูดี และวิวงามมากเลยค่ะ ทั้งวิวทะเลและวิวภูเขาเห็น Fortress ด้วย  ราคาได้มาถูกเหลือเชื่อ 40 ยูโร เอง จากราคาปกติที่ภายหลังเรามาดูในเวปเค้า 90 ยูโร 

ได้ที่พักแล้วก็สบายใจจัง นั่งดื่มชาที่เค้าจัดให้ชมวิวพระอาทิตย์อย่างเก๋เลย  หน้าตาห้องพักค่ะ



พระอาทิตย์ตกดินที่เมือง Senj  สวยหยาดเยิ้ม  ถ่ายจากระเบียงที่พัก อพาร์ทเม้นต์เลาร่า


หน้าตา Fortress Nehaj ค่ะ รูปนี้ถ่ายมาจากระเบียงที่พัก เราไม่ได้เข้าไปเพราะปิด และตอนเช้าก็ออกเดินทางแต่เช้า

หลังจากเข้าห้องพักก็มาเดินเล่นที่ท่าเรือที่ Senj พลบค่ะพอดี 


ค่ำคืนที่ Senj  ลมแรงค่ะ 


Senj ตอนเช้าตรู่สวยดี  มองออกไปเห็นเกาะลิบๆ 


ข้างๆ อพาร์ทเม้นต์ก่อนขับรถจากมา เต็มไปด้วยต้น Almond ที่ออกดอกสะพรั่ง 


ตอนเช้าก่อนแปดโมงเราก็อำลา Apartment Laura ที่ Senj ออกเดินทางกันต่อไปยังอุทยานแห่งชาติชื่อดังของโครเอเชีย  Plitvice วิวตอนเช้าที่ Senj สวยสดชื่นจริงๆ อาการก็เย็นแต่ขอบอกที่ Plitvice เย็นกว่ามากเตรียมเสื้อกันหนาวรองเท้าลุยหิมะให้พร้อมเลยค่ะ 


ส่งท้ายกันหน่อย 
Krk Island เหมาะกับการมาเที่ยวหน้าร้อนเพราะมีเย็นมาก มีหาดหินกว้างๆ ให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ จากที่ดูในวีดีโอ มันจะมีกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ มากกว่า ทั้งเทศกาลของเมือง รวมทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็จะเปิดให้ชมตั้งแต่กลางเดือนเมษายนไปจนถึงตุลาคม พฤศจิกายนถึงมีนาคม ไม่ควรมาเที่ยวเพราะทุกอย่างปิดหมด 

Senj เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ควรค่ากับการแวะระหว่างทาง เยี่ยมชม Fortress Nehaj และเดินชมเมืองเก่าที่มีโบสุถ์และบ้านเรือนเก่าปนใหม่ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร นอกจากใครขับเรือมาอาจจะแวะเล่นน้ำเล่นที่นี่ก็ได้  

การเดินทาง การเดินทางไป Krk Island และ Senj นั้น  คิดว่าคงมีรถบัสบ้างเหมือนกัน แต่น่าจะน้อยมากและมีเฉพาะหน้าร้อนจากเมือง Rijeka เพราะไม่ใช่เมืองใหญ่ ดีที่สุดคือขับรถไปเองค่ะ 
อ้อ ที่เกาะนี้มีสนามบินด้วยค่ะ มีสายการบินโลวคอสจาก Easyjet Ryanair จากอังกฤษ เยอรมัน และสแกนดิเนเวีย มาบินลงทีนี่เฉพาะหน้าร้อน 

ที่พัก  ถ้าอยากพักจริงๆ แนะนำได้ที่เดียว เพราะที่อื่นไม่เคยลอง คือ อพาร์ทเม้นต์ Laura ที่ Senj 
ตอนที่เราไปพักห้องใหญ่ได้ราคาถูกมาก 40 ยูโรค่ะ เวป http://www.app-laura.com/index.php/en/apartments ถ้าจะพักที่อื่นลองดู Hostelworld.com หรือ Booking.com นะคะ 




อยากพูดคุยหรือทักทายกันได้ ขอรบกวนไปที่ Facebook.com/BlueSeaTriesteItaly นะคะ
ไม่ได้เซตให้รับข้อความอัตโนมัติที่ Blog นี้ค่ะ



No comments:

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...